โทร. : 035-909-888
ไทย
ไทย

Marketeer

ต้องบอกว่าเป็นกลุ่มบริษัทที่ขับเคลื่อนวงการอสังหาฯสุดๆ สำหรับบริษัทเครือทีซีซีแลนด์ หลังจากโครงการ One Bangkok ที่เพิ่งสร้างทอล์คออฟเดอะทาวน์ ไปปีที่ผ่านมา ล่าสุดในกลุ่มรีเทลก็มีบิ๊กโปรเจคกับโครงการตลาดต่อยอด AEC Trade Center ที่กำลังจะสร้างมิติใหม่ของศูนย์ค้าส่งระดับอาเซียน

หลายๆ คนทั้งเจ้าของโรงงาน ทั้งยี่ปั๊ว ซาปั๊ว SME รวมทั้งนักการตลาดอย่างเราๆ คงกำลังเฝ้ามองอยู่ว่าตลาดนี้ จะเกิดหรือไม่ ยิ่งท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ยักษ์ใหญ่จะใช้ความแข็งแกร่งพาคู่ค้าถึงฝั่งอย่างไร วันนี้มีโอกาสดีมากๆที่ได้พูดคุยกับแม่ทัพที่รับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติงานโดยตรง ธนฑิต เจริญจันทร์ เจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการกลุ่มรีเทล บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ (TCC Land Asset World) ให้เรารู้จัก ตลาดต่อยอด มากขึ้ัน ซึ่งประโยคข้างต้นของเขาแสดงจุดยืนของตลาดชัดเจน

ตลาดออฟไลน์ไม่ตาย

แต่ต้องดีไซน์ให้ตรงจุด

“ทำไมต้องเป็นตลาดต่อยอด” ในขณะที่หลายคนกำลังมองว่าตลาดออนไลน์กำลังจะมา Disrupt ตลาดออฟไลน์มากขึ้นการพัฒนาอสังหาฯเป็นศูนย์ค้าส่งเช่นนี้จะเกิดหรือไม่?

“แน่นอนว่าการซื้อขายผ่านดิจิทัลเติบโตแน่ แต่ยังไม่สมบูรณ์แน่นอน ผมเชื่อว่าวันนี้คนยังไปมอลล์ด้วยเพราะเหตุผลสองอย่าง หนึ่งอยากได้ประสบการณ์ นัดเพื่อน อยากเล่นสวนน้ำ ดูหนัง รับประทานอาหาร สองสินค้าบางอย่างยังต้องการการทดลอง ต้องหยิบจับด้วยตนเอง ซึ่งออนไลน์มันตอบโจทย์ตรงนี้ไม่ได้ ดังนั้นวันนี้การพัฒนาพื้นที่ต้องคิดต่อยอดว่าจะตอบสนองประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างไร ซึ่งจุดแข็งของเราคือการดีไซน์ ได้ตรงจุด มันคือการสร้างแม็กเนตให้คนอยากที่จะมาค้นหาประสบการณ์นั้นด้วยตนเอง จากนั้นกระบวนการซื้อก็จะทำหน้าที่ของมัน ผู้เช่าเราก็อยู่ได้”

ยกตัวอย่างเอเชียทีค เน้นขายเอนเตอร์เทนเมนต์ ขายกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ แล้วคนมาเดินก็ค่อยซื้อของ หรืออย่างพันธุ์ทิพย์เมื่อก่อนผู้ชายมาเดินซื้อคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่ตอนนี้มี ความเป็นไลฟ์สไตล์ มีอีสปอร์ต มีกล้องถ่ายรูป และก็มีร้านค้าที่ผู้หญิงมาเดินได้มากขึ้น หรืออย่างเกตเวย์อันนี้ชัดเจนดีไซน์เพื่อให้คนที่อยู่ละแวกนั้นมาเดินสบายใจเป็นกันเอง ไม่ต้องแต่งตัวเยอะ เป็นที่ช็อปของแม่และเด็ก แต่ละที่ก็จะมีอัตลักษณ์เพื่อกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน ซึ่งจุดนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มรีเทลทีซีซีแลนด์ ถ้าดีไซน์ได้ “โดนกลุ่มเป้าหมาย” ตลาดออฟไลน์ก็จะโตได้แน่นอน

สำหรับการพัฒนาตลาดต่อยอด เขามองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะทำให้โรงงาน ผู้ประกอบการ ขายสินค้าได้ราคาสูงกว่าปล่อยหน้าโรงงาน ในขณะที่ลูกค้าเองก็ซื้อได้ ในราคาที่ถูกกว่าเดิม ฟังดูก็เป็น คอนเซ็ปต์ธรรมดาของตลาดค้าส่ง แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือการสนับสนุนการขาย ด้วยการผสมผสานระหว่างแพลตฟอร์มออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนช่วยเหลือตั้งแต่เรื่องผลิตภัณฑ์ แพคเกจจิ้ง แบรนด์ดิ้ง นี่คือสิ่งที่แตกต่าง เพื่อให้ลูกค้าผู้เช่าพื้นที่ ขายของได้มากสุดและเติบโตอย่างยั่งยืนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

AEC Exhibition Hall

นอกจากนี้ยังมี AEC Exhibition Hall ที่ให้บริการด้านการจัดแสดงสินค้าและการประชุมอย่างเต็มรูปแบบด้วยมาตรฐานสากล พื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 3,000 คน รองรับการจัดกิจกรรมทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ งานเอ็กซิบิชั่น หรืองานแสดงสินค้า ที่จะช่วยในการต่อยอดการขายของผู้ประกอบการในโครงการได้

ไม่ใช่แค่ให้เช่าพื้นที่

แต่ “ลับคม” ให้ด้วย

ตลาดต่อยอด จะเป็น One Stop Service หรือศูนย์กลางนัดพบและเป็นสื่อกลางเพื่อการซื้อ – ขายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซื้อขายกันโดยตรงด้วยสินค้ากว่าล้านรายการ โดยตลาดจะเป็น ผู้ประสานการสนับสนุนทั้งทางภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ได้คุณภาพระดับโลก

“จุดเด่นของงานไทยคือฝีมือไม่เป็นรองใคร ถ้าเอาของถูกอาจจะต้องจีน แต่ถ้าเอาฝีมือต้องที่ไทย อันนี้เป็นแต้มต่อที่ตลาดต่างประเทศรู้กันดี แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่เราต้องลับ คมให้ผู้ประกอบการไทย”

ด้วยบริการครบวงจรภายในโครงการอาทิ โกดังเก็บสินค้า ศูนย์บริการขนส่งอาเซียน ศูนย์บริการข้อมูลทางธุรกิจ ระบบตรวจมาตรฐานสินค้า ศูนย์ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ทั้งหมดคือ การ “ต่อยอด” หรือ “ลับคม”ให้แก่ผู้ประกอบการไทย

“ผมตั้งทีม SME Solution Service เพื่อช่วยผู้ประกอบการเจ้าของโรงงานที่มีของดี แต่ขาดบางอย่างนิดๆ หน่อยๆ อย่างโรงงานน้ำปลาแม่กลอง ผลิตภัณฑ์ดีมาก ส่ง ผ่านยี่ปั๊วอยู่เจ้าเดียวมานาน เราก็คุยกับผู้บริหารให้มาอยู่ด้วยกัน แล้วเราก็ช่วยดูเรื่องการตลาด ดูแพคเกจจิ้ง ดูเรื่องคุณภาพการผลิต การขอมาตรฐานการผลิต ซึ่งนี่เป็น ปัจจัยสู่การต่อยอดต่างประเทศที่สำคัญมาก”

“สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจ Context ของลูกค้า เพราะลูกค้าก็มีหลายระดับถ้าเป็นเจ้าที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เขาต้องการแค่คอนเน็กชั่นเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องเสนออย่างอื่นที่เขาไม่ต้องการ เป้า หมายของเราคือต้องการช่วยทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ หรือเป็นยี่ปั๊วคุณสามารถมาคุยเพื่อหาช่องทางกับเราได้ เพราะสิ่งที่ผมเน้นย้ำกับทีมงานทุกคนว่าเป้าหมายไม่ใช่ ขายพื้นที่ได้หมด แล้วจบไป โครงการเราคือทำให้ลูกค้าขายของได้ ถ้าลูกค้าขายของได้กำไร ลูกค้าก็อยู่กับเราไม่ไปไหน ถ้าเราใช้วิธีกวาดต้อนเค้ามาแต่ ขายของไม่ได้ 3เดือนเขาก็ไป” นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารต้องการทำให้ ตลาดต่อยอดแตกต่างจากตลาดค้าส่งอื่นๆ

ต่อยอด

ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

ที่น่าสนใจคือการสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ขายกับผู้ซื้อ ไม่ว่าจะลูกค้าคนไทยหรือต่างประเทศ โดยมี แอปพลิเคชัน AEC Trade Centre Application เพื่อให้เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ที่มาเดินภายในโครงการฯ

โดยรูปแบบของ Navigation Map ที่จะให้ตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้าภายในโครงการอย่างแม่นยำ รวม ไปถึงให้ข้อมูลของประเภทร้านค้า สินค้า ราคา โปรโมชั่น ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ที่จะช่วย สนับสนุนให้เกิดความสะดวกสบายต่อทั้งผู้ซื้อผู้ขาย และในส่วนของผู้ขายระบบจะให้ข้อมูล Big Data ที่จะ มีประโยชน์ต่อการวางแผนและเห็นยอดขายตลอดเวลา

“สิ่งที่เรากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการค้าขายออนไลน์แบบอีคอมเมิร์ซในรูปแบบที่ทัด เทียมกับเว็บระดับโลกอย่าง Amazon หรือ Alibaba ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อ ผู้ขายในหลากหลายด้าน เมื่อผู้ซื้อเดินทางจากต่างประเทศเพื่อมาดูสินค้าจริงและสนใจสั่งซื้อ การซื้อในครั้งถัดไปสามารถ Repeat Order ผ่านทางออนไลน์ได้เลยทันที เมื่อมียอดทาง ออนไลน์สั่งซื้อเข้ามา ผู้ขายก็สามารถจัดการสต็อกสินค้าได้ง่าย พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่หลาก หลายไว้รองรับ โดยมีการจัดระดับของเรตติ้งเพื่อให้คะแนนการันตี มาตรฐานในการบริการ สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้ออีกทางหนึ่งด้วย”

จากคอนเซ็ปต์ “ต่อยอดการค้า ต่อยอดธุรกิจ สู่เวทีอาเซียน” นี่จึงเป็นอีกการรุกธุรกิจครั้งสำคัญของกลุ่ม ทีซีซีแลนด์ ที่รับประกันว่าจะเป็นบิ๊กโปรเจคและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการค้าส่งทั้งไทยและอาเซียน แน่นอน

ด้วยงบลงทุน 30,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 160 ไร่ เลยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตเพียง 7 กม. มีพื้นที่ร้านค้า 300,000 ตารางเมตร จำนวน 10 อาคาร มีลูกค้าจองพื้นที่แล้วมากกว่า 80% ประมาณ 2,500 ร้านค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจค้าส่งถึง 80% โดยคาดว่าจะมีรายการสินค้าต่าง ๆ มากกว่า 1 ล้านรายการ วางเป้า 8 ปีข้างหน้า จะเปิดอีก 8 จุดในหัวเมืองต่าง ๆ อีก อาทิ ชลบุรี เชียงใหม่ แม่สอดสุราษฏร์ธานี เพชรบุรี

COPYRIGHT 2018 © TARAD TOR YOD AEC TRADE CENTER